Logo

Bangkok Biz News

ถอดดีเอ็นเอคนทำงานเพื่อสังคม "วิริยา วิจิตรวาทการ"

Source: Bangkok Biz News by Jeerawat Kongkaew
January 17, 2014

[...]

[แตว-วิริยา วิจิตรวาทการ]บอกแรงบันดาลใจ ที่ทำให้ “เด็กหัวดื้อ” ผู้เลือกทำแต่ในสิ่งที่เชื่อ ตัดสินใจไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่ต่างประเทศ โดยเลือกสาขาที่ดูห่างจากกระแสนิยมเสียเหลือเกิน นั่นคือ กระบวนการ การประกอบการสังคม และการบริหารจัดการธุรกิจเพื่อสังคม (Urban Studies, concentration in International Development and Social Entrepreneurship) ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา ว่า

“หลายคนมองว่าทำไมไม่เรียนเศรษฐศาสตร์ หรือเรียนอะไรก็ตามที่จะทำให้ชีวิตมีความก้าวหน้ามากกว่านี้ แต่กลับเลือกเรียนภาคสังคม จริงๆ เรียนสายวิทย์มา แต่ก็มองว่ามันไม่ตอบโจทย์ ด้วยความที่เป็นคนคิดเยอะ เลยจะสู้รบกับตัวเองตลอดว่า ถ้าทำอะไรแล้วไม่ได้สร้างประโยชน์ให้ใครมากกว่าแค่ให้ตัวเอง ก็ไม่ใช่ทางที่อยากทำ”

เธอบอกความชัดเจน ของคนที่เชื่อว่า ทุกสิ่งที่ทำควรสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมด้วย ไม่เพียงแต่ตัวเราเท่านั้น

ระหว่างศึกษาอยู่ต่างประเทศ คือเวลาที่มีโอกาสเก็บเกี่ยวความรู้ด้านสังคมอย่างเต็มที่ วิริยาจึงไปลงเรียนคอร์สต่างๆ เพื่อเติมเต็มมิติความคิดให้กว้างขึ้น เช่นลงเรียนที่ “ดี.สคูล” (d.school : Institute of Design at Stanford) สถาบันที่สอนแนวคิด “Design Thinking” ซึ่งเธอย้ำว่า สามารถนำมาปรับใช้ในมิติด้านสังคมได้อย่างดียิ่ง

“Design Thinking เป็นมุมมองของการค้นหาปัญหาที่ถูกต้องในการแก้ปัญหาสังคม เป็นกรอบที่ช่วยเตือนเรา ว่า กำลังตอบโจทย์ของความต้องการของกลุ่มเป้าหมายอยู่หรือไม่ เขาสอนให้รู้จักทำตัวเหมือนเด็ก คือ ตั้งคำถาม อย่าคิดว่าเรารู้ดีแล้ว และถามตอบตลอดเวลา ซึ่งกระบวนการนี้จะถูกย้ำไปเรื่อยๆ กลับไปเช็คกับกลุ่มเป้าหมายตลอดเวลา ซึ่งเมื่อเราเข้าใจความต้องการ และออกแบบตามความต้องการได้ อย่างไรผลประโยชน์ทางสังคมจะต้องได้อย่างแน่นอน”

การเรียนรู้ไม่ได้ลอยอยู่แค่ในโลกทฤษฎี แต่เกิดจากการลงมือทำจริง ในโครงการจริง เช่น ทำเรื่องไมโครไฟแนนซ์ร่วมกับมูลนิธิไนกี้ (Nike Foundation) รวมถึงการได้ทำงานที่ IDEO.org ที่สอนการแก้ปัญหาสังคมโดยใช้กระบวนการออกแบบ เหล่าประสบการณ์จริงแบบนี้เลยเป็นต้นทุนชั้นดีให้กับการทำงานของเธอในวันนี้

[...]

ระหว่างความสนใจในกระบวนการแก้ปัญหาสังคม เธอก็ให้ความสำคัญเอามากๆ กับแนวคิดกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) หรือการทำให้การแก้ปัญหาสังคมยั่งยืนด้วยแนวคิดในเชิงธุรกิจ เธอเล่าว่า ระหว่างเรียนได้ไปลงเรียน ที่ Business school ซึ่งสอนเกี่ยวกับ นวัตกรรมสังคม (Social Innovation)

“ส่วนใหญ่คอร์สที่เรียนจะเป็นเด็กธุรกิจ อาจารย์ที่สอนก็เป็นทางธุรกิจ แต่ก็ทำให้เราเห็นความสำคัญเกี่ยวกับความยั่งยืน เพราะว่าการที่เข้าใจธุรกิจ ก็คือเข้าใจลูกค้า เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย ทำอย่างไรให้ตอบโจทย์ และบริการให้ดีที่สุด ซึ่งคิดว่าคนที่ทำงานด้านสังคมก็ควรจะคิดเช่นเดียวกันนี้”

เธอมองว่า “ความเข้าใจธุรกิจ” สำคัญกับคนทำงานภาคสังคม โดยเฉพาะกิจการเพื่อสังคม ที่จะต้องสร้างสมดุลให้ได้ทั้งผลกระทบสู่สังคมและความยั่งยืนในเชิงธุรกิจ แม้ “มุมมองธุรกิจ” ต้องเป็นรอง “ผลกระโยชน์ทางสังคม” ก็ตามที

“ถ้าเราชอบงานภาคสังคมจริงๆ เราก็จะมีความชอบที่จะทำให้มันยั่งยืนได้ด้วย แต่ถ้าเรายอมแพ้ตั้งแต่คำว่า ‘ยั่งยืน’ แล้ว นั่นหมายความว่า เราไม่ได้ชอบมันจริง” เธอสะกิดความคิด

[...]

“สำหรับน้องๆ ขอแนะนำว่าให้ทำในสิ่งที่ชอบ แล้วหลายๆ อย่างจะมาช่วยให้ทำได้เอง น้องๆ ที่เพิ่งเริ่มทำ คิดว่าความเป็นเด็ก เป็นอะไรที่เป็นกำไรชีวิตมาก เพราะทำให้เรามองกว้าง แล้วไม่ถูกตีกรอบ โดยส่วนตัวเชื่อว่า ปัญหาสังคมต้องการมุมมองที่แตกต่าง แปลกใหม่ แล้วก็สร้างสรรค์มากๆ ในการแก้ปัญหา ฉะนั้นเราต้องไม่จำกัดความคิดตัวเอง”

[...]

“ขอแค่เชื่อว่าจะต้องทำได้ แล้วเราก็จะทำทุกอย่างได้เอง ด้วยความเชื่อมั่นนี้”

For full interview, please see Bangkok Biz News.