25/05/2022

ทุกคนรู้ แฟนคลับรู้ ได้ฝึกงานที่ UN ไม่ใช่เรื่องง่าย

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าสาขาโลกคดีศึกษาและการประกอบการสังคมนั้นเน้นให้นักศึกษาฝึกงานกันทุกปี เพื่อที่ตัวนักศึกษาเองจะได้มีโอกาสลงพื้นที่จริง เรียนรู้ประสบการณ์ผ่านการเข้าไปอยู่ในชุมชนหรือองค์กรจริงๆ ซึ่งเราได้เชิญชวนน้องๆ จากวิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่น่าสนใจจากการฝึกงานที่องค์กรระหว่างประเทศอย่าง United Nations หรือ องค์การสหประชาชาติ นั่นเอง

เข้าไปฝึกงานกันได้อย่างไร?

ภัทร: ภัทรได้มีโอกาสไปฝึกงานกับ UN (United Nations) ในส่วนองค์กรของ UNESCO ค่ะ เหตุผลหลักๆ ที่ได้เข้าไปฝึกงานที่นี่เลยคือความโชคดีของการตัดสินใจเข้ามาเรียนวิทยาลัยโลกคดีศึกษา เพราะว่าทางวิทยาลัยฯ ได้มีหลักสูตรที่ดำเนินการร่วมกับทาง UN อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นทุกๆ ปีวิทยาลัยฯ เราจะส่งนักศึกษาจำนวน 6 คนเข้าไปฝึกงาน และก็เลยคว้าไว้เมื่อได้รับโอกาสนี้มาค่ะ

เต็ม: ของเต็มจะมีความคล้ายคลึงกับของภัทร แต่เต็มได้ไปฝึกงานอยู่ที่ UNICEF เหตุผลที่ได้มาฝึกงานที่นี่อีกส่วนหนึ่งก็คืออาจารย์ในของวิทยาลัยโลกคดีศึกษามีคอนเนคชั่นกว้างขวาง แถมอาจารย์บางท่านก็ทำงานอยู่ใน UN เลยด้วยซ้ำ ทำให้นักศึกษาของที่นี่มีโอกาสเข้าไปค้นหาประสบการณ์กับองค์กรนี้ครับ

ฝึกงานในตำแหน่งอะไรกันบ้าง?

ภัทร: ก่อนที่จะได้ทำงานจริง เราจะมีโอกาสได้บอกกับทาง UN ว่าเรามีทักษะความสามารถในด้านไหนและอยากทำงานตำแหน่งไหนเป็นพิเศษ เพื่อที่เราจะได้ทำงานและต่อยอดความสามารถในด้านนั้น ซึ่งความสามารถของภัทรที่มีนั้นตรงกับตำแหน่งที่ว่างอยู่ของทาง UNESCO ในส่วนของ Social network stratigies โดยที่ลักษณะของงานคือเข้าไปช่วยพัฒนาเว็บไซต์ให้กับ Asia-pacific International Youth เว็บไซต์นี้มีเป้าหมายเพื่อรวบรวมองกรค์เพื่อเยาวชนทั่วเอเชียแปซิฟิก โดยรวบรวมเข้าไว้ในเว็บไซต์นี้ค่ะ

เต็ม: ในปีที่เราสองคนได้ไปฝึกงานจะมีนักศึกษาจากวิทยาลัยฯ เราไปทั้งหมด 6 คน ซึ่งแบ่งเป็น 3 หน่วยงานด้วยกัน ได้แก่ UNESCO, UNICEF และ UNAIDS นั่นหมายความว่านักศึกษาจะแบ่งกันเป็นคู่และส่งไปตามหน่วยงานย่อยใน UN ตัวอย่างเช่นของภัทรที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าได้ไปฝึกงานกับ UNESCO และเต็มที่ได้ฝึกงานกับ UNICEF ด้วยความสามารถที่มีในตอนนั้นที่เกี่ยวกับการ Research (การวิจัย) และ Facilitation (การจัดการดูแล) ประกอบกับการที่ตัวเองมีความสนใจในการดูแลและพัฒนาเยาวชน จึงเป็นโอกาสดีที่ได้เข้าไปในแวดวงของ UNICEF ครับ

พี่ภัทร: ปกติแล้วการทำงานกับ UN นักศึกษาทุกคนจะได้รับงานคนละสองตำแหน่งหลักๆ นั่นคืองานเดี่ยวกับงานกลุ่ม ซึ่งงานเดี่ยวก็จะขึ้นอยู่กับองค์กรย่อยที่แต่ละคนเข้าไปทำงานด้วย แต่งานโปรเจ็กต์รวมคือเป็นผู้จัดงานหลักให้กับทาง UN ซึ่งในปีที่พวกเราได้จัดเป็นโปรเจ็กต์เกี่ยวกับการศึกษา โดยการรวบรวมเยาวชนทั่วประเทศไทยที่มีความสนใจในหรืออยากจะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาและแก้ไขปัญหาการศึกษาไทย พร้อมทั้งพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้และแนวทางการแก้ไขร่วมกับบุคลากรใน UN ด้วยค่ะ

พี่เต็ม: ซึ่งใช้ชื่อเรียกว่า International Youth Day เป็นงานที่ใหญ่มากๆ งานหนึ่งเลยที่รวบรวมเด็กจากหลายๆ จังหวัดทั่วประเทศ โดยมีเด็กเข้ารวมงานมากกว่าหนึ่งร้อยคน และได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในงานที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่ UN Thailand (United Nations Association of Thailand) เคยจัดมาเลยครับ

อะไรเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เราทั้งสองคนตัดสินใจฝึกงานที่ UN?

ภัทร: เมื่อก่อนภัทรมองว่าคำว่า UN เป็นคำที่อยู่แค่ในหนังสือสังคมหรือประวัติศาตร์ แต่พอได้มาอยู่ในจุดที่เราได้ทำงานจริงแล้วรู้สึกว่ามันสำคัญมากกว่านั้น ภัทรรู้สึกว่ามันคือการที่เราได้เข้าไปเห็นสภาพแวดล้อมการทำงาน เราอยากเข้าไปเห็นคนที่เขาทำงานว่าเขามี Mindset (ความคิด) ในการทำงานกันยังไง และความเป็น Professional (มืออาชีพ) ในการทำงานต้องเป็นแบบไหน ซึ่งภัทรเชื่อว่ามันไม่ใช่การที่มีคนมาเล่าประสบการณ์ให้ฟังแล้วเราจะเป็นแบบนั้นได้เลย แต่มันต้องอาศัยว่าเราได้เข้าไปซึมซับกับมันจริงๆ เราถึงจะเข้าใจว่าเขาทำงานกันอย่างไร และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ภัทรตัดสินใจเลือกที่จะฝึกงานกับทาง UN (United Nations) ค่ะ

เต็ม: ในส่วนของเต็มมีความคล้ายคลึงกับของภัทรอยู่เหมือนกันตรงที่ว่า ตอนที่เข้ามาในวิทยาลัยโลกคดีศึกษา มีอย่างหนึ่งที่รู้สึกว่าจบไปแล้วอยากจะทำคือการได้ทำงานกับองค์กรระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น UN UNICEF หรือองค์กรระหว่างประเทศอื่นๆ ผมคิดว่าการที่เราเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยมีโอกาสค่อนข้างยากมากในการที่จะเข้าไปฝึกงานหรือว่าเข้าไปทำงานกับองค์กรระดับโลกอย่างนี้ ดังนั้นการที่วิทยาลัยเปิดโอกาสให้กับนักศึกษาได้เข้าไปฝึกงานใน UN เต็มรู้สึกว่ามันเป็นโอกาสที่น่าสนใจและไม่ได้มีมาบ่อยๆ เป็นสาเหตุให้พวกเราต้องคว้าโอกาสนั้นเอาไว้ เพื่อที่จะได้สังเกตถึงการทำงาน สภาพแวดล้อม และทักษะในด้านไหนที่เราจะต้องเรียนรู้เอาไว้ ถ้าวันหนึ่งเราต้องไปทำงานในองค์กรระหว่างประเทศในอนาคตครับ

วิชาไหนในวิทยาลัยฯ ที่ได้นำไปใช้ระหว่างฝึกงานบ้าง?

ภัทร: ศาสตร์ในวิชาต่างๆ ของวิทยาลัยฯ สามารถนำมาผนวกกับสิ่งที่เราต้องเข้าไปปรับใช้ในการทำงานไม่ว่าเป็นเรื่องของ การจัดการตัวโปรเจ็กต์ การจัดการปัญหาและสถานการณ์ที่มันกระทันหันหรือแม้แต่การจัดการอารมณ์ที่เกิดขึ้น แต่ถ้าให้พูดถึงวิชาหลักๆ ยกตัวอย่างเช่น  Writing skills หรือว่า Speaking skills (ทักษะการเขียนและการพูด) ที่วิทยาลัยยฯ วางแนวทางมาให้ตั้งแต่ปีหนึ่ง ซึ่งมันสำคัญมากๆ ซึ่งภัทรเชื่อว่าไม่ว่าคุณจะทำงานที่ไหน ไม่จำเป็นว่าต้อง UN มันจำเป็นจริงๆ และเราได้ใช้มันตลอด อีกวิชานึงที่คิดว่าเป็นประโยชน์มากๆ คือ ตอนปีสอง เราจะได้เรียนวิชา Psychology of global organization โดยที่ตัววิชาเป็นศาสตร์ของการได้เข้าใจเรื่องของการก่อตั้งองค์กรที่มีคุณภาพ ทำให้เราได้เข้าไปเรียนรู้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายของตัวองค์กรจริงๆ วิชานี้ก็ยังสอนเรื่องของการจัดตั้งองค์ประกอบองค์กรยังไงให้มีประสิทธิภาพ ให้คนในทีมสามารถทำงานด้วยกันจนบรรลุเป้าหมายไปได้ด้วยดี

เต็ม: จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของหลักสูตร GSSE เลย คือการที่ส่วนใหญ่เราได้เรียนผ่าน Project-based learning มีโปรเจ็กต์กลุ่มเยอะมาก ดังนั้นการที่เราได้ฝึกการทำงานเป็นกลุ่มมาอย่างสม่ำเสมอ มันมีส่วนช่วยอย่างมากในการที่เราจะจัดอีเวนต์ เช่น International Youth Day เป็นต้น อีกอย่างหนึ่งที่คิดว่าได้นำมาใช้จริงเลยคือเรื่องของการทำ Research (งานวิจัย) ต่างๆ เช่นวิชาที่สอนเรื่อง Social innovation project ที่เรียนตอนปีสอง เราจะมีโอกาสได้ลงไปในชุมชนบางรัก แล้วก็ทำการวิจัยต่างๆ ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่ได้เห็นภาพชัดเจนว่าจะนำความรู้เหล่านี้ไปปรับใช้อย่างไร จนกระทั่งได้มาฝึกงานกับ UN ที่ UNICEF หน้าที่ของเต็มในตอนนั้นคือการออกแบบวิจัยและเก็บข้อมูลขององค์กรเยาวชนต่างๆ ที่อยู่ในภูมิภาค Asia-Pacific ทำให้มีโอกาสได้นำความรู้ที่ได้เรียนมาปรับใช้จริงๆ และผลที่ออกมาก็เป็นที่น่าประทับใจต่อหัวหน้าที่ฝึกงานมากครับ

ได้ประสบการณ์อะไรบ้างจากการฝึกงานในครั้งนี้?

ภัทร: ทันทีที่เราทำงานเสร็จในจุดนั้นแล้ว มันติดกับช่วงที่เปิดเทอมปีสามพอดี รู้สึกว่าตอนนั้นเป็นจุดที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเราเองโตขึ้น เหมือนช่วงหนึ่งเราได้ไปสวมบทบาทของคนทำงาน ทำให้เราที่จบจากการทำงานออกมาแล้วขึ้นปีสามต่อ รู้สึกว่าเราบริหารจัดการชีวิตได้ดียิ่งขึ้น สมดุลทั้งเรื่องการเรียนและการทำงานก็ดีตามไปด้วยค่ะ

เต็ม: นอกจากนี้เต็มรู้สึกว่าการที่เข้าไปทำงานกับ UN ทำให้ได้รู้ว่าเป็นองค์กรที่ค่อนข้างใหญ่ และมีความหลากหลายทางเชื้อชาติทำงานอยู่ในองค์กรนั้นค่อนข้างเยอะ ดังนั้นสิ่งที่ได้เรียนรู้หลักๆ เลยคือเรื่องของวัฒนธรรมขององค์กร การที่เราได้เข้าไปฝึกงาน ถึงเราจะเป็นนักศึกษาก็จริง แต่เมื่อเราเข้าไปแล้ว เขาคาดหวังให้เราทำงานแบบมืออาชีพและเต็มความสามารถ เราจึงได้เรียนรู้ความเป็นมืออาชีพในการทำงานและการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มันหลากหลาย ที่จะต้องสื่อสารและวางตัวอย่างไรให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด

มีอะไรอยากจะแนะนำน้องๆ มัธยมไหม?

ภัทร: อยากให้น้องๆ มีความเชื่อมั่นในตัวเองก่อนว่าการทำงานกับ UN ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเป็นไปไม่ได้ น้องๆ ในตอนนี้ไม่ว่าจะมาจากจุดไหนของสังคม เราต้องเชื่อมั่นว่าเราสามารถให้อะไรกับองค์กรจากการทำงานของเราได้ สิ่งที่ต้องเตรียมตัวมาเลยก็คืออย่างน้อยก็ต้องเป็นทักษะภาษา น้องๆ ก็ควรจะมีทักษะตรงนี้ไว้ และอย่างสุดท้ายคือเรื่องของเรามีข้อดีตรงไหนแล้วทักษะที่มีในจุดนี้ มันเอาไปเติมเต็มหรือเสริมอะไรให้กับตัวองค์กรอย่างไรได้บ้าง

เต็ม: น้องๆ อาจจะต้องเริ่มด้วยการมองดูตัวเองและลองถามตัวเองก่อนว่า สิ่งที่เราอยากทำคืออะไร และสิ่งที่เราอยากได้จากการฝึกงานคืออะไร 

ภัทร: อย่างที่ได้บอกไปว่ามันต้องมีการเตรียมตัวก่อนที่จะเข้าไปทำตรงนั้นได้ แต่ถ้าน้องๆ ยังไม่รู้ว่าจะเตรียมตัวที่ไหนอย่างไร พี่แนะนำให้ลองพิจารณาวิทยาลัยโลกคดีศึกษา หลักสูตร GSSE พูดได้เต็มปากว่าที่ GSSE ปูทักษะพื้นฐานของการทำงานให้นักศึกษาให้ได้ค่อนข้างเพรียบพร้อม และเหมาะที่จะออกไปสู่โลกของการทำงานมากๆ ซึ่งภัทรเคยเขียนบทความรีวิวการฝึกงานกับ UN และมีเพื่อนๆ หลายคนทักมาถามว่า ถ้าอยากจะฝึกงานกับ UN ต้องติดต่อที่ไหน ภัทรก็ได้ลองให้อีเมลล์เขาไป แต่ว่าเขาไม่สามารถเข้าไปทำงานตรงนั้นได้ เพราะโปรแกรมการฝึกงานในชั้นระดับปริญญาตรีเป็นการทำงานร่วมกันของ GSSE และทาง UN โดยตรงเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องติดต่อผ่านทางวิทยาลัยฯ ของเราโดยตรงเท่านั้น ซึ่งถ้าน้องๆมีใจอยากที่จะฝึกงานกับทาง UN จริงๆ พี่เชื่อว่า GSSE เป็นคำตอบที่ดีมากๆค่ะ

NEWS & EVENTS

RECENT NEWS

Shopping Basket